[ครบชุด] : D2007014_โลกใจด ก บคนสวย 100 ตอนจบ_part 2

🔻 รับชมตอนต่อไปได้ที่นี่ 👇

ไททันแห่งความหรู: Rolls-Royce เปิดตัว La Rose Noire Droptail รถยนต์จากแผนก Coachbuild ที่สุดแห่งผลงานมาสเตอร์พีซสำหรับผู้ครอบครองระดับสูง บทสรุปผู้บริหาร: ในโลกแห่งรถยนต์สุดหรูที่ความพิเศษและความเป็นเอกลักษณ์คือหัวใจสำคัญ Rolls-Royce แบรนด์ผู้ผลิตรถยนต์ระดับตำนาน ได้เผยโฉมผลงานล่าสุดจากแผนกงานฝีมือชั้นสูง (Coachbuild) ในงาน Monterey Car Week โดยครั้งนี้มาพร้อมกับชื่อที่บ่งบอกความอลังการอย่าง Rolls-Royce La Rose Noire Droptail ซึ่งถือเป็นรถคันแรกจากจำนวนทั้งหมด 4 คันที่จะถูกผลิตขึ้นสำหรับลูกค้าคนสำคัญระดับมหาเศรษฐี La Rose Noire Droptail ไม่ใช่แค่รถยนต์ แต่คือ “ศิลปะที่เคลื่อนที่ได้” ที่ได้รับการรังสรรค์ขึ้นอย่างพิถีพิถันและประณีตในทุกรายละเอียด โดยได้รับแรงบันดาลใจจากดอกกุหลาบสายพันธุ์ฝรั่งเศสที่รู้จักกันในนาม “Black Baccara” อันเป็นดอกไม้ที่ลูกค้าคนพิเศษท่านหนึ่งหลงรัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสีสันที่เปรียบเสมือน “รักแท้” และ “ความลึกลับ” ที่ผสมผสานอย่างลงตัวจนกลายเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว บทความนี้จะพาคุณเจาะลึกถึงเบื้องหลังความสุดยอดของ Rolls-Royce La Rose Noire Droptail ตั้งแต่ดีไซน์ภายนอกที่เป็นนวัตกรรมใหม่ การออกแบบภายในที่แฝงด้วยงานฝีมืออันประณีต ไปจนถึงขุมพลังที่พร้อมจะนำพาคุณไปสู่โลกแห่งความเหนือระดับ แรงบันดาลใจจากความงามอันลึกลับ: การกำเนิดของ Rolls-Royce La Rose Noire Droptail การถือกำเนิดของ Rolls-Royce La Rose Noire Droptail เกิดจากความปรารถนาอันแน่วแน่ของลูกค้าคนพิเศษที่ต้องการรถยนต์ที่ไม่เหมือนใคร ไม่มีรุ่นใดซ้ำ หรือแม้แต่จะเลียนแบบได้ โดยผลงานชิ้นเอกนี้มาจากแผนก Coachbuild ของ Rolls-Royce ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ดูแลการรังสรรค์รถยนต์สั่งทำพิเศษ (Bespoke) ที่มอบอิสระในการสร้างสรรค์สรรพสิ่งได้อย่างไร้ขีดจำกัดให้กับลูกค้าคนสำคัญ แรงบันดาลใจสำคัญที่อยู่เบื้องหลัง La Rose Noire Droptail คือ ดอกกุหลาบฝรั่งเศสสายพันธุ์ Black Baccara ซึ่งมีความหมายเชื่อมโยงกับ “รักแท้” และ “ความลึกลับ” ทาง Rolls-Royce ได้นำเอาความงามอันเป็นเอกลักษณ์ของดอกกุหลาบนี้มาตีความใหม่ผ่านการออกแบบตัวรถ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสีสันที่ได้รับการรังสรรค์ขึ้นเป็นพิเศษ ตัวเลือกของลูกค้า: ในความหรูหราแบบสั่งทำพิเศษนี้ ลูกค้ามีสิทธิ์เลือกสีสันที่สะท้อนตัวตนและความชื่นชอบของตนเอง โดย La Rose Noire Droptail ได้รับแรงบันดาลใจจากดอกไม้สีแดงเข้มที่แฝงความลึกลับของกุหลาบดำ ซึ่งทาง Rolls-Royce ได้นิยามการรวมกันของ 2 สีพิเศษนี้ว่า “รักแท้” และ “ลึกลับ” โดยรถคันนี้จะถูกผลิตขึ้นเพียง 4 คัน เท่านั้นทั่วโลก ซึ่งบ่งบอกถึงสถานะความเป็นเจ้าของที่แท้จริงและเป็นสัญลักษณ์ของความพิเศษ
แพลตฟอร์มใหม่ที่แตกต่าง: ความโดดเด่นด้านโครงสร้างพื้นฐาน ความแตกต่างที่สำคัญของ Droptail เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้าอย่าง Sweptail และ Boat Tail คือ การใช้แพลตฟอร์มแบบใหม่ ซึ่งไม่ได้ใช้แพลตฟอร์ม Architecture of Luxury แบบเดียวกับรถยนต์รุ่นมาตรฐานของแบรนด์ เช่น Cullinan, Ghost และ Phantom แต่ Rolls-Royce ได้ออกแบบ ตัวถังแบบ monocoque ใหม่ ขึ้นมาเพื่อรองรับการออกแบบที่เหนือชั้นและความเป็นเอกลักษณ์โดยเฉพาะ ซึ่งทำจากวัสดุชั้นเลิศอย่าง เหล็ก อะลูมิเนียม และคาร์บอนไฟเบอร์ ผสานเข้าไว้ด้วยกัน การตัดสินใจเปลี่ยนมาใช้โครงสร้างตัวถังแบบใหม่นี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ Rolls-Royce ในการก้าวข้ามข้อจำกัดเดิมๆ เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่และความเป็นเอกลักษณ์ในระดับสูงสุด การผสมผสานระหว่างความแข็งแรงของเหล็ก ความน้ำหนักเบาของอะลูมิเนียม และความทนทานขั้นสูงของคาร์บอนไฟเบอร์ ทำให้ La Rose Noire Droptail ไม่เพียงแต่สวยงามเท่านั้น แต่ยังเปี่ยมไปด้วยสมรรถนะและความยืดหยุ่นในการออกแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน ขุมพลังเหนือระดับ: การผสมผสานระหว่างความหรูหราและสมรรถนะ แม้ว่าโครงสร้างพื้นฐานจะได้รับการอัปเกรดให้ล้ำสมัย แต่ระบบส่งกำลังของ La Rose Noire Droptail ยังคงใช้เครื่องยนต์อันเป็นเอกลักษณ์ของ Rolls-Royce ซึ่งเป็น เครื่องยนต์ V12 เทอร์โบคู่ขนาด 6.75 ลิตร ที่มอบสมรรถนะอันน่าทึ่งให้กับรถคันนี้ สมรรถนะ: กำลัง: 593 แรงม้า แรงบิด: 840 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.: น้อยกว่า 5.0 วินาที ความเร็วสูงสุด: 250 กม./ชม. (จำกัดด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์) เครื่องยนต์ V12 อันทรงพลังนี้ ผสานกับน้ำหนักตัวถังที่ได้รับการจัดการอย่างดีด้วยวัสดุผสมผสาน ทำให้ Rolls-Royce La Rose Noire Droptail มอบประสบการณ์การขับขี่ที่นุ่มนวล เงียบเชียบ แต่พร้อมจะทะยานไปข้างหน้าได้อย่างไม่ติดขัด เป็นการผสมผสานที่ลงตัวระหว่าง “ความหรูหรา” และ “สมรรถนะ” ซึ่งเป็นสิ่งที่ลูกค้าในระดับนี้คาดหวังจาก Rolls-Royce
ดีไซน์ภายนอก: เมื่อรถยนต์กลายเป็นงานศิลปะที่มีชีวิต การออกแบบภายนอกของ La Rose Noire Droptail เป็นการเปิดประตูสู่ยุคใหม่ของ Rolls-Royce ที่แตกต่างอย่างชัดเจนจากรุ่นอื่นๆ ของแบรนด์ ถึงแม้ว่าส่วนหน้าของรถจะยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์อันคุ้นเคยด้วย กระจังหน้าโครเมียมขนาดใหญ่ และ ไฟหน้า LED ที่บางเฉียบพร้อมไฟเดย์ไลท์ แต่เมื่อมองมาที่ด้านข้าง การออกแบบกลับกลายเป็นความไหลลื่นอย่างน่าทึ่ง รถคันนี้มีลักษณะเป็น “Tail” หรือส่วนท้ายรถที่ยาวและเรียวลงไปจนถึงปลายสุดของรถ ซึ่งเป็นการออกแบบที่ให้ความรู้สึก “ลู่ลม” และ “สง่างาม” ยิ่งขึ้นกว่าเดิม การออกแบบส่วนท้ายที่แตกต่างจากรุ่นอื่นๆ ที่เราเคยเห็นจากแบรนด์นี้ แสดงให้เห็นถึงความเป็นอิสระและความกล้าที่จะแตกต่างของ Rolls-Royce ในผลงานชิ้นเอกนี้ นอกจากนี้ Rolls-Royce ยังได้ติดตั้ง สปอยเลอร์ที่มีสไตล์ และ ฝากระโปรงท้ายที่สะดุดตา ซึ่งเสริมให้เส้นสายของรถดูสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น สิ่งที่โดดเด่นอีกประการหนึ่งคือ แผงหลังคาแบบถอดได้ ที่ทำจากคาร์บอนไฟเบอร์ ซึ่งมอบประสบการณ์การขับขี่แบบเปิดประทุนได้อย่างอิสระและสะดวกสบาย การตกแต่งภายใน: หัวใจของ La Rose Noire Droptail Rolls-Royce อธิบายว่าการตกแต่งภายในคือ “องค์ประกอบที่โดดเด่นที่สุด” ของรถ โดยทางแผนก Coachbuild ได้ใช้เวลานานเกือบ 2 ปีในการรังสรรค์ให้สมบูรณ์แบบ นับตั้งแต่การออกแบบไปจนถึงการผลิตจริง งานศิลปะฝีมือ: ภายในโดดเด่นด้วยงานศิลปะที่ซับซ้อนซึ่งแสดงถึง กลีบกุหลาบที่ร่วงหล่น ซึ่งเป็นภาพแทนของดอกกุหลาบ Black Baccara สิ่งนี้ถูกประดิษฐ์ขึ้นทีละชิ้นอย่างประณีต โดยใช้ แผ่นไม้วีเนียร์สีดำ 1,603 ชิ้น ซึ่งนำมาจัดวางเรียงต่อกันอย่างบรรจงจนเกิดเป็นมิติและความลึกที่เหมือนกับดอกไม้ที่กำลังร่วงหล่น เป็นความประณีตในระดับสูงสุดที่ไม่มีใครสามารถทำได้เหมือน รายละเอียดที่บ่งบอกความหรู: ภายในยังโดดเด่นด้วย เบาะสีแดง ซึ่งตัดกับสีดำของแผงคอนโซลและส่วนอื่นๆ ของรถอย่างลงตัว สร้างความรู้สึกที่โดดเด่นและน่าหลงใหลยิ่งขึ้น
นาฬิกาโครโนกราฟสุดพิเศษ: สิ่งที่น่าสนใจและเป็นไฮไลต์สำคัญของการตกแต่งภายในคือ นาฬิกาโครโนกราฟขนาด 43 มม. แบบสั่งทำพิเศษโดย Audemars Piguet ซึ่งเป็นแบรนด์นาฬิการะดับโลกที่มีชื่อเสียงโด่งดัง นาฬิกาเรือนนี้ถูกออกแบบมาให้เข้ากับตัวรถอย่างสมบูรณ์แบบ และมีความพิเศษตรงที่

Leave Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *